ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นขนมไทยอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องด้วยรสชาติของการผสมผสานความหวาน หอม และมันได้อย่างลงตัว ของข้าวเหนียวนุ่ม ๆ หอม ๆ น้ำกะทิ และผลไม้ ก็คือมะม่วงสุกสีเหลืองกลิ่นหอม ขนมชนิดนี้มีความเป็นมาและมีวิธีการทำอย่างไรจึงทำให้ดังไกลไปทั่วโลก วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักขนมชนิดนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

Mango Sticky Rice

ความเป็นมาของข้าวเหนียวมะม่วง คาดว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 ที่ได้มีการกล่าวถึงในกาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวาน ต่อมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ก็มีกล่าวถึงการกินข้าวเหนียวมูนคู่กับผลไม้ก็คือมะม่วงนี่เอง แสดงให้เห็นว่าข้าวเหนียวมะม่วงเป็นขนมที่อยู่คู่กับชาวไทยมาอย่างช้านาน มาจนถึงยุคปัจจุบันที่เรามักนิยมรับประทานโดยการราดน้ำกะทิในฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่มีมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ออกผลสุกให้รสหวานฉ่ำ จนได้รับประทานดับร้อนกันมากมาย

วิธีทำข้าวเหนียวมะม่วงและเคล็ดลับของความอร่อย

วิธีทำข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวที่นำมาทานคู่กันนั้น เรียกกันว่า “ข้าวเหนียวมูน” ซึ่งคำว่า “มูน” คือการนำเอาน้ำกะทิไปคลุกเคล้ากับข้าวเหนียว โดยจะนิยมเลือกใช้เฉพาะข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองของทางภาคเหนือที่มีลักษณะพิเศษเป็นเมล็ดเรียว ยาว โดยต้องเลือกใช้ข้าวเหนียวกลางเก่ากลางใหม่ เพราะหากเลือกข้าวเหนียวใหม่เกินไป จะทำให้นิ่มกลายเป็นข้าวเหนียวเปียกแทน ส่วนหากเลือกข้าวเหนียวเก่าก็จะได้ข้าวเหนียวที่แห้งไปจะไม่อร่อย นอกจากนี้ การรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงตามสูตรโบราณนั้น จะต้องเป็นการรับประทานข้าวเหนียวมูนราดด้วยน้ำกะทิปรุงรสเข้มข้น ใส่เกลือและน้ำตาลทรายขาวเพิ่มเติม โรยหน้าด้วยถั่วเชียวซีกทอด รับประทานพร้อมมะม่วงสุกรสชาติดีซึ่งต้องเป็นมะม่วงอกร่องทองเท่านั้น แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการดัดแปลงเป็นการรับประทานกับมะม่วงน้ำดอกไม้และสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ให้รสชาติอร่อยได้ไม่แพ้กัน

ความโด่งดังของข้าวเหนียวมะม่วงในระดับนานาชาติ

Sticky Rice with Mango

ข้าวเหนียวมะม่วง หรือ Sticky Rice with Mango เป็นขนมไทยที่โด่งดังติดอันดับติด 1 ใน 50 ของขนมหวานที่อร่อยที่สุดในโลก จากการสำรวจของสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับโลกอย่าง CNN ทำให้เป็นที่รู้กันว่าเมื่อชาวต่างชาติมาเยือนประเทศไทย เกือบทุกคนจะต้องมาลิ้มลองขนมหวานที่ทานกับผลไม้ชนิดนี้กันแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นด้วยชื่อเสียงและความอร่อยบวกกับนวัตกรรมของการถนอมอาหารที่ก้าวหน้าในยุคปัจจุบัน ยังทำให้ข้าวเหนียวมะม่วงถูกพัฒนาและดัดแปลงให้สอดรับกับความต้องการของชาวต่างชาติ โดยใช้นวัตกรรมแปรรูปเป็นข้าวเหนียวมะม่วงแบบสำเร็จรูป ซึ่งมีทั้งแบบแช่แข็งและไม่แช่แข็ง เพื่อทำตลาดส่งออกไปยังกลุ่มลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไทยได้เป็นอย่างดี  

 
                ปิดท้ายด้วยประโยชน์ของขนมไทยชนิดนี้ ด้วยส่วนประกอบทำให้เป็นขนมที่ให้พลังงานสูง เรียกว่าสามารถใช้รับประทานแทนอาหารมื้อหลักและข้าวได้เลย อีกทั้งมะม่วงยังเป็นผลไม้ที่ให้ไฟเบอร์สูงซึ่งช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย เต็มไปด้วยวิตามินหลายชนิด ได้แก่ มีวิตามินเอ วิตามินอี ซีลีเนียม ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณและมีสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับผู้ที่เบื่ออาหารอาจจะให้ลองทานข้าวเหนียวมะม่วงเพื่อชดเชยการขาดวิตามินและพลังงานได้ แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานขนมหวานก็มีข้อควรระวัง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานควรทานในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ และเนื่องจากข้าวเหนียวมะม่วงมีแคลอรีสูง คนที่มีปัญหาโรคกระเพาะหรือมีปัญหาย่อยยาก เมื่อรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือจุกเสียดแน่นเฟ้อ จึงควรทานแต่พอดีเช่นกัน