แซนวิช คือเมนูที่เอาขนมปังสองชิ้นหรือมากกว่านั้นมาประกบกับอาหารชนิดอื่น ถูกมองว่าเป็นอาหารที่สะดวกในการพกพาไปในโรงเรียนหรือสถานที่ทำงานและยังเป็นส่วนหนึ่งของอาหารกลางวันอีกด้วย ถือเป็นเมนูยอดนิยมอย่างมากโดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันจะรับประทานแซนวิชประมาณวันละ 300 ล้านชิ้นขึ้นไป ส่วนชาวอังกฤษก็รับประทานกันอย่างน้อย 31 ล้านชิ้นต่อวัน

เชื่อหรือไม่ว่ายอดขายของร้านอาหารในประเทศอเมริกามากกว่า 50% นั้นมาจากการขายแซนวิชทั้งนั้นเลย โดยไส้ที่ขายดีที่สุดในประเทศอเมริกามีสองชนิดคือ ไส้ไก่งวงและอันดับที่สองก็คือไส้หมูแฮม

 

รวมเกร็ดความรู้ที่คุณอาจไม่เคยได้อ่านที่ไหนมาก่อน

1.อ้างอิงจากกรมวิชาการเกษตรในประเทศอเมริการะบุว่าในแซนวิชควรมีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุขแล้ว 35% และควรมีขนมปังเป็นส่วนประกอบไม่เกิน 50% ที่เหลือเป็นผักชนิดต่างๆ

2.ในปี ค.ศ.2003 มีจอมโจรระดับยอดฝีมือในประเทศเบลเยี่ยมสามารถลอบผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอันหนาแน่นเพื่อเข้าไปขโมยเพชรราคา 100 ล้านดอลลาร์ออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่ต้องถูกจับได้เพราะลืมแซนวิชที่ยังกินไม่หมดเอาไว้ในจุดเกิดเหตทิ้ง DNA ไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตามตัวจนเจอ

3.เคยมีชายชาวเมืองชิคาโก้ก่อเหตุปล้นร้าน “Subway” ซึ่งเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง หลังจากปล้นเสร็จเขาก็เดินข้ามถนนไปอีกฟาก เพื่อไปซื้อแซนวิชจากร้าน “Potbelly sandwich” ซึ่งเปิดร้านแข่งอยู่ตรงข้ามกันกับ “Subway” สาขานี้นั่นเอง

4.ใครที่ชอบดูหนังเก่าหรือดูการ์ตูนเก่าคงจะจำ โลโก้ของสตูดิโอ “Metro-Goldwyn-Mayer” ที่มีสิงโตคำรามได้นะ ในปี ค.ศ.1927 เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลทราย โดยมีสิงโตตัวนี้อยู่ในเครื่องบินด้วยอันที่จริงมันเป็นเครื่องบินเล็กที่ใช้ขนสิงโตโดยเฉพาะ

หลังจากที่เครื่องบินตกนักบินจึงตัดสินใจ ทิ้งนม , แซนวิช และน้ำเปล่า เอาไว้ให้สิงโตตัวนี้ประทังชีวิต หลังจากนั้นเขาจึงเดินทางไปขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นจึงมีคนพบเขาและเขาก็รีบโทรศัพท์ไปหาสตูดิโอทันที และคำพูดแรกที่คนของสตูดิโอพูดกับเขาคือ “สิงโตเป็นอะไรมั๊ย”

หลังจากทีมกู้ภัยเดินทางไปถึงจุดเครื่องบินตกก็พบว่า เครื่องบินอยู่ในสภาพยับเยินแต่ เจ้าสิงโต (ชื่อว่าแจ็กกี้) อยู่ในสภาพที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยสักนิดเดียว มันเลยถูกตั้งชื่อเล่นว่า “Leo the Lucky”

5.เอลวิส เพรสลีย์ อดีตนักร้องดังในตำนาน เคยยอมเสียเวลาเดินทางข้ามคืนเพียงเพื่อจะไปซื้อแซนวิชพิเศษที่ชื่อว่า “Fool’s Gold Loaf” ซึ่งมีแคลอรี่จำนวน 8,000 แคล ไส้ของมันประกอบด้วย เนยถั่ว 1 โถ , เยลลี่ 1 โถ และเนื้อเบค่อนอีก 1 ปอนด์

6.ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย “Newcastle University” พบว่า แซนวิชไส้เบค่อนสามารถแก้อาการเมาค้างได้ แม้แต่ “Jamie Oliver” เชฟชื่อดังก็ยังเคยพูดเอาไว้ว่าเวลาที่เขาเมาค้างเขาจะกินไข่กับเบค่อน

ทางมหาวิทยาลัยพบว่าสาเหตุที่เมนูไขกับเบค่อนสามารถแก้อาการเมาค้างได้อย่างรวดเร็ว มันเกิดจากกลิ่นของเบค่อนไปทำปฏิกริยาบางอย่างกับร่างกายนั่นเอง

7.ในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ 1 รัฐบาลเมริกาเคยพยายามที่จะเปลี่ยนคำว่า “แฮมเบอร์เกอร์” ให้เป็นคำว่า “แซนวิสแห่งเสรีภาพ” เพื่อที่จะปลุกกระแสชาตินิยม

8.มีเรื่องตลกที่เคยเกิดขึ้นในวงการแซนวิช ก็คือในปี ค.ศ.2005 อเมริกาเป็นเจ้าของสถิติทำแซนวิชที่ใหญ่ที่สุดในโลก และต่อมาในปี ค.ศ.2008 เชฟจากประเทศอิหร่านก็พยายามจะทำลายสถิติให้ได้ แต่ความฝันในการทำลายสถิติก็พังทลายไปเมื่อบรรดาผู้เข้าชมอดใจไม่ไหวก็เลยรุมกินแซนวิชขนาดยักษ์กันจนหมดเกลี้ยง โดยยังไม่ทันได้วัดขนาดเลยด้วยซ้ำ การจดบันทึกสถิติโลกจึงต้องยกเลิกไปโดยปริยาย

9.แซนวิสเป็นอาหารยอดนิยมของคนอเมริกันอย่างมาก ในทุกวันที่ 3 พฤศจิกายน ของทุกปี จะถึอว่าเป็นวันแซนวิชแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา , ในช่วงเวลา 2 เดือนจะมีประชากรอย่างน้อย 9 ใน 10 คนที่จะทำแซนวิชเอาออกไปทานนอกบ้าน , ร้านอาหารจำนวน 7 ใน 10 จะต้องมีเมนูแซนวิชอยู่ด้วย และในประเทศนี้มีเมนูแซนวิชที่แตกต่างกันมากกว่า 60 แบบ